สแกนไวรัสออนไลน์

สแกนไวรัสออนไลน์ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกำจัดไวรัส ที่หลายท่านหาทางแก้ไขไม่ได้แล้วแต่ที่สำคัญในการใช้งานสแกนไวรัสออนไลน์ก็คือเครื่องท่านจะต้องสามารถเปิดได้เรียกว่าเปิดใช้งานได้ปกติ แต่ต้องการสแกนไวรัสออนไลน์เพื่อมาค้นหาไวรัสเท่านั้น ส่วนเครื่องไหนที่ไม่สามารถเปิดขึ้นมาหรือเข้า windows ได้ละก็คงมีมีทางใช้งานสแกนไวรัสออนไลน์ได้อย่างแน่นอน โดยสแกนไวรัสออนไลน์ก็มีให้เลือกอยู่หลายๆค่าย แล้วแต่เราชอบและมั่นใจว่าที่ไหนดี

โดยปกติการใช้งานสแกนไวรัสออนไลน์มักจะต้องมีการติดตั้ง application ที่ไม่ใหญ่มากลงในเครื่องซะก่อนมันถึงจะทำงานได้ แต่ของดีที่เราต้องการคือมันจะเป็นการสแกนไวรัสออนไลน์ที่ update ข้อมูลไวรัสที่ใหม่ล่าสุด และเราก็หวังว่ามันจะช่วยเราจัดการไวรัสตัวร้ายที่อยู่ในเครื่องเราได้ หากจะแนะนำเราขอแนะนำตัวที่ใช้งานได้ดีทีเดียว คือ http://www.bitdefender.com/scanner/online/free.html Free Online Virus Scan ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลย หากใครอยากทดสอบของฟรีก็สามารถทดสอบได้เลย

สแกนไวรัสตัวไหนดีที่สุดเป็นคำถามที่ทุกท่านอยากรู้ และก็ถามกันทุกวันว่าสแกนไวรัสตัวไหนดีที่สุด หาขอมูลในเน็ตก็ว่ากันไปต่างๆนานา มาวันนี้คงต้องฟันธงกันไปว่าสแกนไวรัสตัวไหนดีที่สุด

สแกนไวรัสตัวไหนดีที่สุด
หากดูจากตารางแล้วคงเห็นกันแล้วว่าสแกนไวรัสตัวไหนดีที่สุด
1.Bitdefender Antivirus Plus
2.Kaspersky Anti-Virus
3.McAfee AntiVirus Plus

ในความเห็นของผมแล้ว Bitdefender, Kaspersky สองตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง ไม่ว่าไวรัสจะมาจากทางไหน 2 ตัวนี้จักการได้หมด

ไมโครซอฟท์ยิ้มได้ หลังข้อตกลง Browser Ballot กับทางคณะกรรมาธิการยุโรป สิ้นสุดลงแล้ว

เป็นเวลานานถึง 5 ปีเลยทีเดียวสำหรับข้อเรียกร้องที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เรียกร้องให้ไมโครซอฟท์ต้องเพิ่มทางเลือกในการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ลงในระบบปฏิบัติการวินโดวส์แทนที่จะจำกัดให้มีเฉพาะ Internet Explorer (IE) หรือที่เรียกว่า Browser Ballot ซึ่งในขณะนั้นมีการกังวลว่าการจำกัดช่องทางการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ให้มีเฉพาะ IE จะก่อให้เกิดปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

สำหรับตัวเลือกที่ไมโครซอฟท์มีให้กับโปรแกรม Browser Ballot นั้นมีตั้งแต่ IE, Apple Safari, Google Chrome, Mozilla Firefox, Opera, Maxthon, SRWave Iron, Sleipnir, Lunascape, K-Meleon และ Comodo’s Dragon browser

โดยในปี ค.ศ. 2009 ซึ่งเป็นปีที่ไมโครซอฟท์ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวนั้น IE มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดนั้นลดลงมาค่อนข้างมาก โดยลดลงมาอยู่ที่ 20-25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานของบีบีซีนิวส์) ส่วนอันดับหนึ่งตกเป็นของ Chrome จาก Google ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2008 ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และอันดับสามตกเป็นของ Firefox ที่มีส่วนแบ่งอยู่ราว 20 เปอร์เซ็นต์

โดยในกรณีดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็นความสำเร็จของนโยบาย Browser Ballot ก็ว่าได้ เนื่องจากมีการดาวน์โหลดเว็บเบราว์เซอร์มากถึง 84 ล้านครั้งจากในช่วง 8 เดือนแรกหลังประกาศใช้ และหากไมโครซอฟท์ไม่ปฏิบัติตามอย่างจริงจังก็จะเจอโทษปรับหนักด้วย โดยทางบริษัทเคยโดนปรับถึง 561 ล้านยูโรเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 หลังพบว่าบริษัทไม่ได้ใส่ Browser Ballot ลงมาในวินโดวส์ 7 เซอร์วิสแพก 1 เป็นเวลานานถึง 14 เดือน

8 เทคนิค เลือกซื้อสินค้าออนไลน์ให้ปลอดภัย
1. ห้ามใช้ เครือข่าย WiFi สาธารณะ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์
2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่คุณเลือกซื้อสินค้าขึ้นต้นด้วย “HTTPS” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจ่ายเงิน ตัว “S” สุดท้ายหมายถึง “secure” หรือ “ปลอดภัย”
3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้อัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุดของบราวเซอร์ และซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยและซอฟต์แวร์ที่ใช้งานทั่วไป การอัพเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดจะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า แฮกเกอร์ไม่สามารถฉวยประโยชน์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นเก่าๆ
4. ใช้ความระมัดระวังพิจารณาข้อเสนอที่น่าสงสัย ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาที่ไหน หรือใครเป็นผู้โฆษณา
5. เลือกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือเท่านั้น และตรวจสอบให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์ด้านการรักษาความปลอดภัยของคุณมีศักยภาพในการป้องกันการฟิชชิง Baidu Antivirus มีกลไกการป้องกันฟิชชิงที่ทรงพลังในตัวเองและเปิดใช้งานตลอดเวลา ซึ่งสามารถปกป้องคุณให้ปลอดภัยจากการฟิชชิงได้
6. ใช้อีเมล์ที่แตกต่างกันในการซื้อสินค้าออนไลน์ การชำระเงินผ่านออนไลน์ และข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญอื่นๆ จากการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต เป็นต้น และไม่ควรเปิดเผยอีเมลส่วนตัวนี้ในที่อื่นๆ
7. ใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละเว็บไซต์ที่คุณเลือกซื้อสินค้า กำหนดรหัสผ่านที่ยากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อความปลอดภัยของบัญชี
8. ให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนในเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร บัตรเครดิต การชำระเงินผ่านออนไลน์ และอื่นๆ หากคุณพบว่าบัญชีมีความผิดปกติ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าของเว็บไซต์ในทันทีเพื่อยืนยันความถูกต้อง

Firefox ปรับโลโก้ใหม่ กลับมาสู่ความเรียบง่ายเหมือนเดิม
Firefox เว็บบราวเซอร์ยอดนิยมจาก Mozilla ที่เอกลักษณ์เป็นโลโก้จิ้งจอกสีส้ม ขณะนี้ได้เปิดตัวโลโก้แบบใหม่ซึ่งตัวโลโก้จิ้งจอกสีส้มตัวนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนมาแล้วถึง 4 ครั้ง
ถ้านับจากอดีต โลโก้ Firefox เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004-2005 เป็นรูปจิ้งจองไฟที่โอบโลกของเราอยู่
ในปี 2005-2009 ได้ปรับปรุงครั้งที่ 2 โดยปรับเพิ่มความสว่างของลูกโลกและเพิ่มแสงเงา ปี 2009 ถึงปัจจุบันมีการปรับปรุงครั้งที่ 3 โดยเพิ่มความเข้มของสีส้มตัวจิ้งจอกและรายละเอียดของหาง
และล่าสุดได้ปรับให้เป็นแบบ Flat หรือแบบเรียบง่าย คล้ายกับ iOS 7 โดยลดรายละเอียดน้อยลง และพื้นผิวที่มันวาว โดยจะเริ่มใช้จากนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้ยังมีการเผยข้อมูล Firebox Beta ตัวล่าสุด ที่สนับสนุน API ของ Social เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถ แชร์ภาพ บทความหรือลิงค์ต่างๆ บน Facebook ผ่าน Firefox Toolbar ได้เลย