ไมโครซอฟท์ยิ้มได้ หลังข้อตกลง Browser Ballot กับทางคณะกรรมาธิการยุโรป สิ้นสุดลงแล้ว

เป็นเวลานานถึง 5 ปีเลยทีเดียวสำหรับข้อเรียกร้องที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เรียกร้องให้ไมโครซอฟท์ต้องเพิ่มทางเลือกในการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ลงในระบบปฏิบัติการวินโดวส์แทนที่จะจำกัดให้มีเฉพาะ Internet Explorer (IE) หรือที่เรียกว่า Browser Ballot ซึ่งในขณะนั้นมีการกังวลว่าการจำกัดช่องทางการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ให้มีเฉพาะ IE จะก่อให้เกิดปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

สำหรับตัวเลือกที่ไมโครซอฟท์มีให้กับโปรแกรม Browser Ballot นั้นมีตั้งแต่ IE, Apple Safari, Google Chrome, Mozilla Firefox, Opera, Maxthon, SRWave Iron, Sleipnir, Lunascape, K-Meleon และ Comodo’s Dragon browser

โดยในปี ค.ศ. 2009 ซึ่งเป็นปีที่ไมโครซอฟท์ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวนั้น IE มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดนั้นลดลงมาค่อนข้างมาก โดยลดลงมาอยู่ที่ 20-25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น (อ้างอิงจากรายงานของบีบีซีนิวส์) ส่วนอันดับหนึ่งตกเป็นของ Chrome จาก Google ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2008 ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และอันดับสามตกเป็นของ Firefox ที่มีส่วนแบ่งอยู่ราว 20 เปอร์เซ็นต์

โดยในกรณีดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็นความสำเร็จของนโยบาย Browser Ballot ก็ว่าได้ เนื่องจากมีการดาวน์โหลดเว็บเบราว์เซอร์มากถึง 84 ล้านครั้งจากในช่วง 8 เดือนแรกหลังประกาศใช้ และหากไมโครซอฟท์ไม่ปฏิบัติตามอย่างจริงจังก็จะเจอโทษปรับหนักด้วย โดยทางบริษัทเคยโดนปรับถึง 561 ล้านยูโรเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 หลังพบว่าบริษัทไม่ได้ใส่ Browser Ballot ลงมาในวินโดวส์ 7 เซอร์วิสแพก 1 เป็นเวลานานถึง 14 เดือน